menu-icon prArrowArrowo
----------------------------------------------------------------------------------------------------
icon_gen02การประชุมวิชาการ และนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติ ประจำปี 2557

มหาวิทยาลัยรับใช้สังคม (University Socially Engagement) เป็นภารกิจที่ทุกมหาวิทยาลัยจะต้องมุ่งเน้น  โดยมหาวิทยาลัยควรมีบทบาท

ที่สำคัญในประเด็นต่างๆ ได้แก่ บทบาทในการวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมในพื้นที่และภูมิภาค บทบาทในการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์และ

ทักษะในการทำงาน  บทบาทในการพัฒนาสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม  และบทบาทในการสร้างความพร้อมของพื้นที่และภูมิภาคเพื่อการ

ดำรงอยู่ในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่  จากบทบาทดังกล่าวข้างต้นจะเห็นว่า  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ทำงานเพื่อ

รับใช้สังคมมาโดยตลอด

 

ด้วยเหตุที่มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เป็นสถาบันอุดมศึกษาในท้องถิ่น ก่อตั้งขึ้นเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น จึงให้ความสำคัญกับการ

จัดการศึกษาแก่บุคลากรในระดับท้องถิ่น อีกทั้งนักศึกษาส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 90 เป็นบุคคลากรในพื้นที่  มหาวิทยาลัยจึงมุ่งหวังให้

บุคคลเหล่านั้นได้นำวิชาความรู้กลับไปพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง ซึ่งมหาวิทยาลัยได้เปิดหลักสูตรเพื่อพัฒนาท้องถิ่นขึ้นหลายหลักสูตร โดยเฉพาะ

หลักสูตรการพัฒนาชุมชน นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสาขาวิชาที่ได้จัดหลักสูตรเพื่อรองรับการพัฒนาท้องถิ่นทั้งด้านการผลิต การตลาด และการ

บริหารจัดการ ในด้านของการวิจัยนั้น มหาวิทยาลัยเน้นการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยเฉพาะการใช้วิธีการวิจัยปฏิบัติการ

แบบมีส่วนร่วมกับคนท้องถิ่นเพื่อยกระดับการผลิต การตลาด และการบริหารจัดการให้มีคุณภาพ และได้รับมาตรฐาน

 

มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อดำเนินการวิจัยรับใช้สังคมมาแล้วหลายโครงการ

โดยมีโครงการวิจัยที่สำคัญ ได้แก่ ในปี พ.ศ.2551 ได้ร่วมกันดำเนินโครงการวิจัยร่วมกับ การเรียนการสอนบูรณาการศาสตร์เพื่อเรียนรู้การพัฒนา

พื้นที่สำหรับนักศึกษาปริญญาตรีและปริญญาโท หรือ Area Based Collaborative Research for Undergraduate and Master Students : ABC-

PUS/MAG  โดย ผศ.เอกรัตน์ เอกศาสตร์ ซึ่งผลของการเข้าร่วมโครงการดังกล่าวทำให้มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เกิดนวัตกรรมการบริหาร

จัดการงานวิจัยของสถาบันอุดมศึกษา เพราะทำให้มหาวิทยาลัยสามารถบริหารจัดการงานวิจัย รวมทั้งบูรณาการศาสตร์ต่างๆ เพื่อการพัฒนาพื้นที่

ได้อย่างชัดเจนขึ้น เกิดการพัฒนาการจัดการกระบวนการเรียนรู้ของผู้จัดการงานวิจัย อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ และนักศึกษา เกิดชุดโครงการวิจัย

พื้นที่แบบบูรณาการศาสตร์เพื่อพัฒนาท้องถิ่นขึ้น โดยภาคีในพื้นที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง มีระบบฐานข้อมูลท้องถิ่นเพื่อการวิจัยในพื้นที่ ซึ่งจะส่งผล

ต่อการพัฒนาท้องถิ่นระดับตำบลของจังหวัดนครราชสีมา

page1

page2

นอกจากนี้ เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมาเป็นพื้นที่ Area-Based Collaborative Research (ABC) ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

(สกว.) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาจึงได้ดำเนินการวิจัยเพื่อสำรวจสภาวะต้นทุนศักยภาพและทิศทางการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา โดยมีนัก

วิจัยของมหาวิทยาลัยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้แก่งานวิจัยโครงการความร่วมมือการผลิตข้าวปลอดภัย

เพื่อความมั่นคงทางอาหารและเพิ่มรายได้ของครอบครัวตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดนครราชสีมา ของ ผศ.ดร.วาสนา ภานุรักษ์  งานวิจัย

การเสริมศักยภาพสถาบันอุดมศึกษาขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนจังหวัดนครราชสีมา จัดการความขัดแย้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ของ รศ.ดร.ณภัทร น้อยน้ำใส การศึกษาอัตลักษณ์และคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมเพลงโคราชสู่กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สำหรับนัก

ท่องเที่ยวเยาวชน ของ ดร.ณัฏฐินี ทองดี และงานวิจัยโครงการอาหารท้องถิ่นโคราช “กินเข่าค่ำ” ของ รศ.วัฒนาภรณ์ โชครัตนชัย เป็นต้น

 

ในส่วนของการจัดประชุมทางวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในการจัดการ

ประชุมวิชาการระดับชาติมาแล้ว จำนวน 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นการประชุมทางวิชาการเพื่อเสนอผลงานวิจัยครั้งที่ 4 : มหาวิทยาลัยกับการพัฒนา

พื้นที่ภาคอีสานบนฐานความรู้  เมื่อวันที่ 14-15 สิงหาคม  2551 ณ ห้องประชุมสุวัจน์ ลิปตพัลลภ (อาคาร 9 ชั้น 3) มหาวิทยาลัยราชภัฏ

นครราชสีมา และครั้งที่ 2 เป็นการประชุมทางวิชาการนำเสนอผลงานวิจัย ครั้งที่ 8 “ถักทองานวิจัยท้องถิ่น ก้าวไกลสู่สากล” เฉลิมพระเกียรติ 60

พรรษา มหาวชิราลงกรณ์ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2555 ณ ห้องประชุม สุวัจน์ ลิปตพัลลภ (อาคาร 9 ชั้น 3) มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

 

page3

 

page4page5

 

page6

 

page8page9

 

นอกจากที่มหาวิทยาลัยได้ร่วมมือทางวิชาการกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) แล้ว มหาวิทยาลัยยังได้ทำงานโดยความร่วม

มือกับหน่วยงานอื่นๆ  ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาอีกหลายหน่วยงาน  โดยในส่วนของสถาบันการศึกษา ได้แก่

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล  ด้านองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่

องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา รวมทั้งภาคีอื่นๆ ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เช่น หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา  สำนักงานเกษตรจังหวัด

นครราชสีมา  สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา  สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา  ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 6

รวมถึงภาคประชาสังคมต่างๆ ซึ่งทุกภาคส่วนยังมีความพร้อมในการร่วมมือกันพัฒนาพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาด้วยการพัฒนางานวิชาการเพื่อรับใช้

สังคมต่อไป

 

ดังนั้น การจัดงานประชุมวิชาการระดับชาติ “บทบาทของมหาวิทยาลัยเพื่อรับใช้สังคม.....จุดเปลี่ยนประเทศสังคมไทย” (University

Socially Engagement :  Social Change of Thailand)” โดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กับสำนักงานกองทุน

สนับสนุนการวิจัย (สกว.) และภาคีในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการต่อยอดการทำงานเชิงวิชาการในพื้นที่ เพื่อให้ผลงานทาง

วิชาการที่ได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว หรืออยู่ระหว่างการดำเนินงานสามารถเผยแพร่สู่สาธารณะชนให้เป็นที่ประจักษ์  อันมีผลต่อการสร้างความเชื่อ

มั่นให้กับภาคีต่างๆ ว่าสามารถดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องให้คนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาสามารถยก

ระดับคุณภาพชีวิต และสามารถแก้ไขปัญหาความยากจนได้ในที่สุด

 

page7page10

 

 

 

ruangdech

 

©2010 Faculty of Management Science Nakhon Ratchasima Rajabhat University.